คู่มือการใช้งาน คลังปัญญา มทร.อีสาน

คู่มือนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน — สำหรับบรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่นำข้อมูลเข้าระบบ และสำหรับผู้ดูแลระบบ

💡 ภาพประกอบทุกภาพเป็นภาพย่อ — คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดเต็ม (แสดงเป็นหน้าต่างซ้อน กดที่ใดก็ได้หรือปุ่ม × เพื่อปิด)

ส่วนที่ 1 — การนำข้อมูลเข้าระบบ (สำหรับบรรณารักษ์)

ขั้นที่ 1 เข้าสู่ระบบ ขั้นที่ 2 เลือกคลัง ขั้นที่ 3 New upload ขั้นที่ 4 แนบไฟล์ ขั้นที่ 5 กรอกข้อมูล ขั้นที่ 6 เผยแพร่
⚠️ กฎสำคัญที่สุด: เลือกคลัง (community) ก่อน แล้วจึงเริ่มอัปโหลดเสมอ — เริ่มจากหน้าคลังแล้วกด New upload จากตรงนั้น รายการจะเข้าสังกัดคลังให้อัตโนมัติ ถ้าเผลอเริ่มอัปโหลดโดยไม่ได้เลือกคลัง (หัวฟอร์มไม่แสดงชื่อคลัง) ให้กดปุ่มเลือก/Change ที่หัวฟอร์มเพื่อเลือก "คลังปัญญา มทร.อีสาน" ก่อนกดเผยแพร่ทุกครั้ง

1. เข้าสู่ระบบ

เปิด ir.rmuti.ac.th แล้วกดปุ่ม Log in มุมขวาบนของหน้าแรก

หน้าแรกของระบบ แสดงปุ่ม Log in มุมขวาบน

หน้าแรกของระบบ — ปุ่ม Log in อยู่มุมขวาบน (คลิกภาพเพื่อขยาย)

ในหน้า "Log in to account" เลือก "Sign in with RMUTi Passport" (ปุ่มบนสุด — ไม่ต้องกรอกช่อง Email/Password ด้านล่าง)

หน้า Log in ของระบบ มีปุ่ม Sign in with RMUTi Passport

เลือกปุ่ม Sign in with RMUTi Passport

ระบบจะพาไปหน้า RMUTi Passport ของมหาวิทยาลัย — กรอก Username / Password บัญชีมหาวิทยาลัย ของท่านแล้วกด Sign In

หน้า Sign in ของ RMUTi Passport

หน้า RMUTi Passport — ใช้บัญชีเดียวกับระบบอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย

สิทธิ์การนำเข้าข้อมูล: การเพิ่มรายการใหม่เข้าระบบสงวนไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้น — ผู้ใช้ทั่วไป login เพื่อดู/ค้นหา/ดาวน์โหลดได้ตามปกติ แต่จะไม่สามารถเพิ่มรายการได้ หากท่านเป็นเจ้าหน้าที่ที่ต้องนำเข้าข้อมูลแต่ยังไม่มีสิทธิ์ กรุณาติดต่อทีม IT เพื่อขอเปิดสิทธิ์บัญชีของท่าน

2. เลือกคลัง — "คลังปัญญา มทร.อีสาน" (ปกติ) หรือ "คลังสารสนเทศท้องถิ่น" (เฉพาะกรณี)

กดเมนู Communities ด้านบน แล้วเลือกคลัง "คลังปัญญา มทร.อีสาน"ขั้นตอนนี้ต้องมาก่อนการอัปโหลดเสมอ เพราะการเริ่มอัปโหลดจากหน้าคลังจะทำให้รายการเข้าสังกัดคลังโดยอัตโนมัติ

หน้า Communities แสดงคลังทั้งสอง

หน้า Communities — มี 2 คลัง: คลังสารสนเทศท้องถิ่น และ คลังปัญญา มทร.อีสาน

รายการทุกประเภทเข้า คลังปัญญา มทร.อีสาน เป็นคลังหลักก่อนเสมอ — เอกสารที่เป็นข้อมูล/ภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งควรอยู่ใน คลังสารสนเทศท้องถิ่น ด้วย ให้เพิ่มคลังที่ 2 หลังเผยแพร่ (ดูหัวข้อ "เอกสารที่เข้าได้ทั้ง 2 คลัง" ด้านล่าง — เลือก 2 คลังพร้อมกันตอนอัปโหลดไม่ได้ ระบบรุ่นนี้รองรับทีละ 1 คลัง)

ข้อยกเว้น: ถ้าเอกสารนั้นเกี่ยวข้องกับคลังสารสนเทศท้องถิ่นเท่านั้น ไม่ใช่ผลงานวิชาการ/วิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยในความหมายทั่วไป (เช่นเดียวกับ 7 รายการที่ย้ายมาจากระบบท้องถิ่นเดิมช่วง ส.ค. 2569) ให้เริ่มอัปโหลดจากหน้า "คลังสารสนเทศท้องถิ่น" โดยตรงแทน — ไม่ต้องใส่เข้า "คลังปัญญา" เพิ่ม ถ้าไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายไหน ให้ใส่ "คลังปัญญา" เป็นค่าเริ่มต้นไว้ก่อนตามปกติ

3. กด New upload

ในหน้าคลัง กดปุ่มเขียว New upload มุมขวาบน

หน้าคลังปัญญา มทร.อีสาน มีปุ่ม New upload สีเขียวมุมขวาบน

หน้าคลังปัญญา — ปุ่ม New upload อยู่มุมขวาบน

4. แนบไฟล์

ในฟอร์มอัปโหลด ตรวจหัวฟอร์มก่อนว่ามีชื่อ "คลังปัญญา มทร.อีสาน" ติดอยู่ (ถ้าไม่มี = เริ่มผิดทาง กดปุ่มเลือก/Change ที่หัวฟอร์มเพื่อเลือกคลังก่อน) จากนั้นลากไฟล์ (แนะนำ PDF) มาวางในกรอบ "Drag and drop files" หรือกด Upload files เลือกไฟล์จากเครื่อง (แนบได้หลายไฟล์ต่อ 1 รายการ)

ฟอร์มอัปโหลดส่วนแนบไฟล์ และแถบ Visibility ด้านขวา

ส่วนแนบไฟล์ — สังเกตชื่อคลังติดที่หัวฟอร์ม (พร้อมปุ่ม Change/Remove) / แถบขวาคือ Visibility

ระวัง: ระบบเตือนไว้ในฟอร์มว่า "File addition, removal or modification are not allowed after you have published your upload" — เพิ่ม/ลบ/แก้ไฟล์หลังเผยแพร่แล้วไม่ได้ ต้องตรวจไฟล์ให้ถูกต้องก่อนเผยแพร่เสมอ (แก้ metadata ทีหลังได้ แต่แก้ไฟล์ไม่ได้)

Visibility (แถบขวา): ค่าปกติคือ Public ทั้ง Full record และ Files — ไม่ต้องเปลี่ยน เว้นแต่เป็นเอกสารที่จำกัดการเข้าถึง

5. กรอกข้อมูล (Basic information)

ฟิลด์สำคัญที่ต้องกรอกให้ครบและถูกต้อง (ผลต่อการค้นหาโดยตรง):

ฟิลด์คำอธิบาย
Resource typeเลือกประเภทผลงาน — Thesis (ปริญญานิพนธ์/วิทยานิพนธ์) หรือ Technical note (รายงานโครงงาน/สหกิจศึกษา)
Titleชื่อเรื่องเต็ม ภาษาไทยหรืออังกฤษตามต้นฉบับ
Creatorsกด "Add creator" เพิ่มผู้แต่งทีละคน — ระวังลำดับช่อง ต่างจาก DSpace เดิม (ดูคำเตือนด้านล่างตาราง) มีผลต่อการค้นหาชื่อผู้แต่งและการอ้างอิง (citation)
Descriptionบทคัดย่อ/สาระสังเขป — กรอกให้ละเอียด ระบบค้นหาใช้ข้อความส่วนนี้ด้วย
Licensesค่าปกติคือ Creative Commons Attribution 4.0 International (CC-BY-4.0) ระบบใส่มาให้แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยน
Keywords and subjectsใส่คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง (ไทย/อังกฤษ) ช่วยให้ค้นหาเจอง่ายขึ้นมาก
Languagesพิมพ์ค้นหาแล้วเลือก Thai หรือ English ตามภาษาหลักของเนื้อหา
Publication dateวันที่ตีพิมพ์/สำเร็จการศึกษา — แปลง พ.ศ. เป็น ค.ศ. ก่อนกรอก (เช่น พ.ศ. 2568 → 2025) รูปแบบ YYYY-MM-DD หรือ YYYY อย่างเดียวก็ได้
ฟอร์มส่วน Creators, Description, Licenses, Keywords, Languages

ส่วน Creators / Description / Licenses (CC-BY-4.0 ใส่มาให้แล้ว) / Keywords / Languages

⚠️ ลำดับชื่อ-นามสกุล ต่างจาก DSpace เดิม ระวังกรอกผิด

DSpace เดิมเก็บชื่อผู้แต่งเป็นข้อความเดียว พิมพ์ตามธรรมชาติแบบไทยว่า "ชื่อ, นามสกุล" (เช่น "ธนาภิญญ์, อัตตฤทธิ์") — แต่ InvenioRDM แยกเป็น 2 ช่องต่างหาก คือ Family name (นามสกุล) กับ Given names (ชื่อ) โดยช่อง Family name อยู่ก่อน Given names ในฟอร์ม (สลับกับลำดับที่คนไทยอ่าน/พูดตามธรรมชาติ)

ถ้ากรอกตามความเคยชิน (พิมพ์ชื่อก่อน) ลงช่องแรกที่เจอ จะเอาชื่อจริงไปใส่ผิดช่อง Family name โดยไม่รู้ตัว — หน้าจอแสดงผลจะดู "เผอิญ" ถูกต้อง (เพราะระบบโชว์แบบ "นามสกุล, ชื่อ" พอดี) แต่ข้อมูลจริงจะสลับกัน กระทบการอ้างอิง (citation) และการค้นหาตามนามสกุล

วิธีกรอกที่ถูกต้อง: ช่อง Family name = นามสกุล, ช่อง Given names = ชื่อจริง เสมอ ไม่ว่าช่องไหนจะอยู่ก่อนในฟอร์มก็ตาม
สำคัญ: กรอก Title/Description/Keywords ให้เป็นข้อความเต็ม ไม่ใช่คำย่อ — ระบบค้นหาภาษาไทยอ้างอิงจากคำในฟิลด์เหล่านี้โดยตรง ยิ่งกรอกละเอียด ยิ่งค้นหาเจอง่าย

6. ข้อมูลเสริม (Recommended information — กรอกถ้ามี)

ส่วนล่างของฟอร์มเป็นข้อมูลเสริม ไม่บังคับ แต่ช่วยให้รายการสมบูรณ์ขึ้น:

  • Publisher — แนะนำใส่ชื่อสาขาวิชา/คณะ/มหาวิทยาลัย (ใช้ประกอบการอ้างอิง)
  • Dates — วันที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
  • Funding / Awards — แหล่งทุน (ถ้ามี)
  • Alternate identifiers / Related works / References — เลขอ้างอิงอื่น เช่น DOI, ISBN, URL ของผลงานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
ฟอร์มส่วน Dates, Version, Publisher, Funding

ส่วนข้อมูลเสริม — Dates / Version / Publisher / Funding

ฟอร์มส่วน Related works และ References

ส่วน Related works / References (ท้ายฟอร์ม)

7. บันทึก ตรวจทาน และเผยแพร่

แถบขวาของฟอร์มมี 3 ปุ่มหลัก ใช้ตามลำดับนี้:

  • Save draft — บันทึกร่างเก็บไว้ก่อน กลับมาแก้ต่อวันหลังได้ (ยังไม่เผยแพร่)
  • Preview — ดูตัวอย่างหน้ารายการก่อนเผยแพร่จริง
  • Submit for review — ส่งรายการเข้าคลัง เมื่อรายการได้รับการยืนยันจะเผยแพร่สู่สาธารณะ (บัญชีผู้ดูแลคลังยืนยันรายการได้เอง)
ตรวจทานก่อนเผยแพร่เสมอ — โดยเฉพาะไฟล์แนบ (แก้ไม่ได้หลังเผยแพร่) ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง ปี ค.ศ. และชื่อคลังที่หัวฟอร์ม

8. ตรวจสอบผลลัพธ์

หลังเผยแพร่แล้ว ค้นหาชื่อเรื่อง (หรือคำในชื่อเรื่อง) จากช่องค้นหาหน้าแรกได้ทันที — ถ้าเพิ่งเผยแพร่แล้วยังไม่เจอ รอประมาณ 1 นาที (ระบบทำดัชนีอัตโนมัติ) หากรอนานแล้วยังไม่เจอ ติดต่อทีม IT

กรณีพิเศษ — เอกสารที่เข้าได้ทั้ง 2 คลัง

เอกสารบางรายการเป็นทั้งผลงานวิชาการและข้อมูลท้องถิ่น จึงควรอยู่ทั้ง คลังปัญญา มทร.อีสาน และ คลังสารสนเทศท้องถิ่น — ระบบรองรับให้ 1 รายการอยู่ได้หลายคลังพร้อมกัน แต่ตอนอัปโหลดเลือกได้ทีละ 1 คลังเท่านั้น (ข้อจำกัดของฟอร์มในระบบรุ่นนี้) ขั้นตอนที่ถูกต้องคือ:

  1. อัปโหลดผ่าน คลังปัญญา มทร.อีสาน ตามขั้นตอนปกติ (ขั้นที่ 1-7 ด้านบน) จนเผยแพร่เสร็จ
  2. เปิดหน้ารายการ (record) ที่เพิ่งเผยแพร่ มองหากล่อง Communities ที่แถบด้านขวา แล้วกดไอคอนรูปเฟือง (⚙) ข้างหัวข้อ
  3. เลือก + Submit to community จากเมนูที่เปิดขึ้นมา
  4. หน้าต่าง "Select a community" จะเปิดขึ้น — ค้นหาหรือเลือก คลังสารสนเทศท้องถิ่น แล้วกด Select
  5. หน้าต่าง "Submit to community" จะแสดงคำเตือนว่าผู้ดูแล (curators) ของคลังปลายทางจะดู/แก้ไข metadata และไฟล์ของรายการนี้ได้ — ใส่ข้อความถึงผู้ดูแลได้ถ้าต้องการ (ไม่บังคับ) แล้วกด Submit to community
หน้ารายการ กล่อง Communities แถบด้านขวา มีไอคอนรูปเฟืองข้างหัวข้อ

หน้ารายการ — กล่อง Communities แถบขวา (ไอคอนรูปเฟืองอยู่มุมขวาบนของกล่อง)

เมนูที่เปิดจากไอคอนเฟือง มี Submit to community, Pending submissions, Manage communities

เมนูจากไอคอนเฟือง — เลือก "Submit to community"

หน้าต่าง Select a community แสดงรายชื่อคลังที่เลือกได้ พร้อมช่องค้นหา

หน้าต่างเลือกคลัง — ค้นหา/เลือก "คลังสารสนเทศท้องถิ่น" แล้วกด Select

หน้าต่างยืนยัน Submit to community พร้อมคำเตือนเรื่องสิทธิ์ curator และช่องข้อความถึงผู้ดูแล

ขั้นสุดท้ายของการส่งคำขอ — ติ๊กยอมรับ (ติ๊กไว้ให้แล้วโดยปกติ) แล้วกด "Submit to community"

สำคัญ — ขั้นตอนข้างบนคือ "ส่งคำขอ" เท่านั้น ยังไม่ใช่การเพิ่มคลังทันที รายการจะยังไม่ปรากฏในคลังที่ 2 จนกว่าจะมีคนเข้าไปอนุมัติคำขอก่อน — ดูวิธีอนุมัติต่อด้านล่าง

ขั้นต่อไป — อนุมัติคำขอ (ฝั่งคลังปลายทาง)

คำขอจะไม่โผล่ให้อนุมัติที่หน้ารายการเอกสาร ต้องไปที่หน้าของคลังปลายทางเองแทน — บัญชี Admin (superuser) อนุมัติได้เลยแม้ระบบจะระบุว่า "You are not a member of any community" ก็ตาม (สิทธิ์ Admin ครอบคลุมถึงการอนุมัติคำขอของทุกคลังอยู่แล้ว ไม่ต้องขอเพิ่มสิทธิ์):

  1. ไปที่เมนู Communities (แถบบนสุด) แล้วเปิดคลังปลายทาง (เช่น คลังสารสนเทศท้องถิ่น) — เข้าได้แม้จะไม่ได้เป็นสมาชิกของคลังนั้น
  2. ในหน้าคลัง กดแท็บ Requests (อยู่ถัดจาก Records)
  3. จะเห็นคำขอชนิด Community inclusion ของรายการที่เพิ่งส่งเข้ามา — กดปุ่มสีเขียว Accept (หรือ Decline ถ้าไม่ต้องการรับ)
  4. หน้าต่าง "Accept request" จะเปิดขึ้น ใส่ความเห็นได้ถ้าต้องการ (ไม่บังคับ) แล้วกดปุ่ม Accept สีเขียวยืนยันอีกครั้ง
  5. เสร็จแล้ว — รายการจะปรากฏในแท็บ Records ของคลังปลายทางทันที และหน้ารายการเดิมจะแสดง "Part of" ทั้ง 2 คลัง
หน้า Communities แสดงข้อความ You are not a member of any community แต่ยังเข้าไปจัดการคลังต่างๆ ได้ในฐานะ Admin

หน้า Communities — แม้ขึ้น "You are not a member of any community" บัญชี Admin ก็ยังเปิดคลังใดก็ได้และอนุมัติคำขอได้ตามปกติ

หน้าคลังสารสนเทศท้องถิ่น แท็บ Requests แสดงคำขอ Community inclusion 1 รายการ พร้อมปุ่ม Accept Decline Cancel

หน้าคลังปลายทาง แท็บ Requests — เห็นคำขอ "Community inclusion" พร้อมปุ่ม Accept/Decline

หน้าต่าง Accept request มีช่องใส่ความเห็น (ไม่บังคับ) และปุ่ม Accept ยืนยัน

กด Accept แล้วยืนยันอีกครั้งในหน้าต่างนี้ (ใส่ความเห็นได้ ไม่บังคับ)

แท็บ Records ของคลังสารสนเทศท้องถิ่น แสดงรายการที่เพิ่งอนุมัติ พร้อมข้อความ Part of คลังปัญญา มทร.อีสาน คลังสารสนเทศท้องถิ่น

ผลลัพธ์หลังอนุมัติ — รายการขึ้นในคลังปลายทางแล้ว และแสดง "Part of" ทั้ง 2 คลัง

ใครอนุมัติได้บ้าง: ผู้ดูแลระบบ (Admin/superuser) อนุมัติคำขอของทุกคลังได้เสมอ ไม่ต้องเป็นสมาชิกของคลังนั้นก่อน — ถ้าในอนาคตอยากให้เจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่ไม่ใช่ Admin อนุมัติเองได้ ต้องเพิ่มบัญชีนั้นเป็นสมาชิก (Members → เพิ่มด้วยสิทธิ์ Curator หรือ Manager) ของคลังนั้นๆ ก่อน

ส่วนที่ 2 — การจัดการระบบ (สำหรับผู้ดูแลระบบ)

1. หน้า Administration

ไปที่ ir.rmuti.ac.th/administration (ต้อง login ด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์ admin) ใช้จัดการ:

  • Users — ดูรายชื่อผู้ใช้ที่เคย login เข้าระบบ, Block/Deactivate/Verify, และ Impersonate (สลับไปเห็นระบบในมุมมองผู้ใช้คนนั้น — มีประโยชน์มากตอนช่วยแก้ปัญหาให้เจ้าหน้าที่ โดยไม่ต้องขอรหัสผ่านใคร)
  • Communities — จัดการคลังข้อมูล (เช่น แก้ชื่อ/โลโก้/คำอธิบายของแต่ละคลัง)
  • Vocabularies — ดูรายการคำศัพท์มาตรฐานที่ระบบใช้ (ประเภทผลงาน, ภาษา, สัญญาอนุญาต ฯลฯ)
หมายเหตุ: ระบบนี้ตั้งค่าให้เฉพาะบัญชีที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้นจึงนำเข้าข้อมูลได้ (นโยบาย 2026-07-17) — ผู้ใช้ RMUTi Passport ทั่วไป login เพื่อดู/ค้นหา/ดาวน์โหลดได้ แต่เพิ่มรายการไม่ได้ การเปิดสิทธิ์ให้เจ้าหน้าที่คนใหม่ทำผ่านทีม IT (Jenkins parameter GRANT_SUPERUSER_EMAIL — กรอกอีเมลแล้วรัน ใช้เวลาประมาณ 1 นาที)

2. งานที่ต้องทำผ่านทีม IT เท่านั้น

งานต่อไปนี้ต้องเข้าถึงระบบ Kubernetes/Jenkins โดยตรง ผู้ดูแลระบบทั่วไปไม่สามารถทำเองผ่านหน้าเว็บได้ — ติดต่อทีม IT:

  • เปิดสิทธิ์นำเข้าข้อมูลให้เจ้าหน้าที่คนใหม่ (แจ้งอีเมลบัญชีที่ต้องการเปิดสิทธิ์)
  • เพิ่ม/แก้ไข vocabulary ใหม่ (เช่น เพิ่มประเภทผลงานใหม่ที่ไม่มีในระบบ)
  • กู้คืนบัญชี admin ที่ถูกล็อก
  • ปัญหาระบบค้นหา/ดัชนีข้อมูลขัดข้อง
  • การ deploy/อัปเดตระบบเวอร์ชันใหม่

3. ติดต่อ

สำหรับปัญหาการใช้งานทั่วไป ติดต่อแผนกงานห้องสมุด งานวิทยบริการ — สำหรับปัญหาทางเทคนิค/ระบบล่ม ติดต่องานเทคโนโลยีสารสนเทศ (ita@rmuti.ac.th) สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน